ดื่มด่ำรสชาติความสงบไปกับเบียร์รสพระทำ La Trappe

72

พบกับเรื่องราวของซีรีย์สุดพิเศษที่ทางเราจัดมาเอาใจคอเบียร์โดยเฉพาะ งานนี้ยั่วกันด้วยชุดใหญ่ไฟกระพริบ กับเบียร์สายพระทำ อย่าง “La Trappe” ซึ่งงานนี้จัดกันมาถึง 8 สไตล์ เอาแบบให้หนำใจกันไปเลย

- Advertisement -


La Trappe เบียร์ Trappist จากประเทศเนเธอร์แลนด์ หมักบ่มภายในราง Koningshoeven มายาวนานกว่า 130 ปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1884 ถือเป็นหนึ่งในเบียร์ทรัปปิสต์ไม่กี่แบรนด์ในโลกที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Authentic Trappist Product ซึ่งจะต้องผลิตโดยพระในนิกายแคทอลิกผู้ที่มีความเกี่ยวพันกันกับสำนักสงฆ์ La Grande Trappe แห่งนอร์มังดี

 

Witte Trappist

เริ่มต้นกันที่ “Witte Trappist” เบียร์ตัวแรกของแบรนด์ที่พกพาเอาความอ่อนละมุนมาปราบคุณ ถ้าพูดถึงสายนุ่มรับรองไม่เป็นสองรองใคร มีสีทองอ่อนพร้อมพรายฟองหนานุ่ม หอมด้วยฮอปสายพันธุ์พิเศษ กลิ่นคล้ายเลม่อนง่ายต่อการดื่ม เหมาะมากกับการเป็นเบียร์แก้วแรกของค่ำคืน เข้ากันอย่างยิ่งยวดกับเมนูสลัดและอาหารทะเล

 

Blond

มาต่อกันกับ “La Trappe Blond” เบียร์ที่มีดีกรีเพิ่มขึ้นมาอีกขั้น ซึ่งมีชื่อชั้นไม่แพ้ใครในเรื่องความพิเศษ ในส่วนของความสมดุลในรสชาติเป็นเบียร์ที่ลงตัวในสไตล์ของตัวเองมากที่สุด ให้รสสัมผัสจบแบบกลางๆ มีสีของเนื้อเบียร์ตรงตามชื่อ Blond เหมาะมากกับคนที่เริ่มต้นดื่มเบียร์เพื่อเรียนรู้สไตล์นี้ แถมถ้ากินกับกับแกล้มเนื้อเบาๆ อย่าง ปลา ไก่ และหมู บอกเลยว่า บราโว่!

Dubbel

La Trappe Dubbel ขึ้นชื่อว่าเป็นเบียร์สายทราปปิสต์ (พระทำ) ขั้นที่ 2 ที่มีความแรงระดับกลาง โดดเด่นที่กลิ่นหอมที่เป็นเสน่ห์ ซึ่งแอดลองมาแล้ว และบอกได้คำเดียวว่ามันรสหวานทานง่ายและเล่นเอาเซง่ายๆ เหมือนกัน ถือว่าเป็นเบียร์อีกหนึ่งตัวที่น่าลิ้มลองเป็นที่สุด

 

Bockbier

สำหรับตัวนี้บอกเลยว่าไม่ได้ออกมาให้เราลิ้มรสกันบ่อยๆ เพราะจะผลิตขึ้นตามฤดูกาล ไม่ได้มีขายตลอดปีต้องรอให้เวลาของมันมาถึงเท่านั้น โดยเมื่อใบไม้เริ่มร่วงลงจากต้น ช่วงนั้นแหละ ช่วงกันยายนประเทศเบลเยียมอากาศจะเย็นลง เป็นเวลาของการทำเบียร์สุดพิเศษตัวนี้ ซึ่งจะมีความหอมอบอวลของกลิ่นช็อคโกแลต ลูกเกด คาราเมล ดื่มคู่กับสเต็กเนื้อ และไก่ จะเปลี่ยนช่วงเวลาธรรมดาให้กลายเป็นโมเมนต์สุดประทับใจได้

 

Isid’or

ชื่อมาจาก isidorus ผู้คิดค้นสูตรเบียร์ La Trappe ทั้งหมด ถ้าจะกินให้อร่อยต้องเลือกจิบ รสชาติแรกจะเป็นความขม แต่ขมแบบอร่อยติดอยู่ที่ลิ้น กลืนลงไปแล้วจะตามมาด้วยความหวาน สดชื่นไม่ได้แบบปุบปับ แต่สดชื่นแบบสุขุม รสชาติจะพาเราย้อนกลับไปในยุคศตวรรษที่ 19

 

Tripel

เบียร์ขั้น 3 ของสายแทรปพิสต์ ที่ชื่อว่า La Trappe Tripel สไตล์นี้จะใช้มอลต์มากกว่าปกติถึง 3 เท่า ทำให้มีความพิเศษไม่แพ้ใคร และด้วยกรรมวิธีในการผลิต ทำให้ La Trappe Tripel เป็นเบียร์ในซีรีย์ที่มีความแรงขึ้นอีกขั้นระบุแอลกอฮอล์ที่ 8 % มีความหนักหน่วงแสบสันอยู่ในตัว จนอาจทำให้คุณเงียบขรึมสงบเหมือนพาตัวไปอยู่ในอาราม

 

Quadrupel

โด่งดังสุดๆ เป็นเบียร์ขั้น 4 ที่โดดเด่นด้วยความแรงของดีกรี จัดเต็มทุกมิติ เมื่อเทลงแก้วจะให้สีน้ำตาลเหลืองอำพัน ฟองเบียร์อ่อนนุ่ม กลิ่นหอมหวานละมุนของกล้วย อัลมอนด์ และวานิลลา เป็นเบียร์ที่เข้มข้นแต่ให้รสชาตินุ่มนวลอย่างสมดุล แอลกอฮอลล์อยู่ที่ 10% แต่ดื่มง่ายได้ความน่าอภิรมย์

 

Oak Aged

รีวิวตัวต่อมาจาก La Trappe อีกหนึ่งสไตล์ในซีรีย์ที่น่าสนใจไม่แพ้เบียร์ตัวอื่นเรียกได้ว่าพิเศษกว่าตัวอื่นจะดีกว่าเป็น แรร์ไอเทมของทาง La Trappe ที่ชื่อว่า La Trappe Quadrupel Oak Aged เบียร์ขั้น 4 ของสายบาทหลวงที่ถูกนำไปบ่มไว้ในถังไม้โอ๊ค แค่วิธีการก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมละ ซึ่งเบียร์ชนิดนี้ในแวดวงเบียร์ถือเป็นของสะสมกันเลยทีเดียว

ด้วยกรรมวิธีในการผลิตที่นำเบียร์ Quadrupel ไปบ่มไว้ในถังไม้โอ๊คที่ถูกใส่เครื่องดื่มประเภทอื่นไว้ก่อน เช่น ถังวิสกี้ ถังซิงเกิ้ลมอลล์ ถังเบิลเบิ้ล ถังไวน์ และถังอื่นๆ เรียกได้ว่าแต่ละล๊อตจะมีรสชาติที่ถูกพัตนาขึ้นใหม่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่า Quadrupel Oak Aged ที่มีความแรงแอลกอฮอล์ที่ 11 % เป็นทุนอยู่แล้ว ยิ่งมีความแตกต่างในรสชาติเข้ามาอีก ยิ่งทำให้เบียร์ตัวนี้โด่งดังระดับโลกเลยทีเดียว