รู้มั้ยว่าแก้วเบียร์เองก็มีหลายประเภท มาเลือกแก้วเบียร์เพื่อเพิ่มอรรถรสในการดื่มเบียร์กันเถอะ

_preview-beer-glassสายดื่มทั้งหลาย ที่ดื่มเบียร์กันมานานหลายปี เคยรู้กันบ้างไหมว่า จริงๆแล้วแก้วเบียร์เนี่ย ก็มีการดีไซน์ออกมาหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เข้ากับสไตล์ของเบียร์ประเภทต่างๆกันด้วยนะ นอกจากแก้วไพน์ปกติที่สิงห์นักดื่มได้ใช้กันบ่อยๆแล้ว ก็ยังมีอีกหลากหลาย เรามาดูกันว่าแก้วแต่ละแบบเนี่ย ดีไซน์ออกมาเพื่อเบียร์อย่างไร แล้วเหมาะกับเบียร์ประเภทไหน

pilsnerPilsner เป็นแก้วที่มีความเรียวเล็กลงมาจนถึงฐาน มีความกว้างบริเวณปากแก้ว รูปทรงสูงยาว มักนิยมใช้ในเบียร์สีอ่อนๆ หรือโดยเฉพาะสีเหลืองทอง เพื่อโชว์บับเบิ้ลสีอำพันของเบียร์ (พรายฟองในน้ำเบียร์นั่นแหละ) เวลารินจะช่วยให้ตัวฟองเบียร์ของลาเกอร์จะมีความหนาและแน่น แน่นอนหละ แก้วประเภทนี้เหมาะกับเบียร์พวกลาเกอร์, Pilsner, Bock,

weizen-vaseWeizen Vase แก้วประเภทนี้ลักษณ์จะคล้ายกับPilsner แต่จะมีความสูงมากกว่า ความสูงจะทำให้เกิดบับเบิลและการผสมตัวของเบียร์ได้ดี มีรสชาติกลมกล่อม และตัวปากแก้วจะเก็บรสและกลิ่นของยีสต์ที่คล้ายผลไม้ให้ได้กลิ่นและรสชาติดีขึ้น เหมาะสำหรับการดื่ม Wheat Beer หรือเบียร์ผลไม้ต่างๆ

tulip-pint shaker-pintPint, Shaker Pint และ Tulip Pint ,มีลักษณ์เป็นแก้วทรงสูง ปากกว้างกว่าตัวแก้ว หนาพอประมาณ ด้วยความจุประมาณ 500 ml. สูงพอประมาณของแก้ว ทำให้เวลารินเบียร์จะมีฟองขนาดพอดี เก็บกลิ่นของเบียร์ไว้ในเนื้อเบียร์ภายใต้ฟองได้ดี มีบับเบิ้ลในเนื้อเบียร์พอประมาณ โดยShaker Pint เองเป็นแก้วสารพัดประโยชน์ของบาร์เทนเดอ มักเอาไว้ครอบกระบอกเชคเวลาเขย่าคอกเทล แก้ว Hoegarden เองก็เป็นแก้ว Pint ประเภทหนึ่ง

----- ADVERTISING -----

nonic-pint

Nonic Pint แก้วประเภทนี้พึ่งจะมีการออกแบบออกมาใช้โดยบริษัทเบียร์ยักษ์ใหญ่สองแห่งของอเมริกาที่ได้ร่วมกันดีไซน์ออกมาเป็นพิเศษ โดยได้ออกมาเป็นลักษณะเหมือนแก้วไพน์ คือรูปทรงสูง ปากกว้าง และมีส่วนนูนโค้งเล็กต่ำกว่าปากแก้วมาเล็กน้อย ออกแบบมาให้เวลาเทเบียร์ฟองเบียร์จะเกาะเป็นเป็นเนื้อเดียวกัน ความหนาและความสูงของแก้วจะช่วยเก็บกลิ่นของเบียร์ไว้ในเนื้อเบียร์ และตัวส่วนโค้งเล็กๆของแก้วยังช่วยให้เวลาที่เก็บแก้วซ้อนกันได้ เวลาดึงออกไม่ติดกัน เหมาะสำหรับใช้ดื่มเอล (Ale) ลาเกอร์, สเตาต์ และ พอร์ตเตอร์

tulipTulip รูปทรงของแก้วคล้ายดอกทิวลิป เพื่อเก็บกลิ่นหอมๆของเบียร์ไว้ ปากแก้วโค้งเล็กน้อยด้านบนช่วยเก็บฟองได้ดี ส่วนของก้นแก้วนั้นจะช่วยในเรื่องรสชาติที่เข้มข้นของเบียร์ได้ดีทีเดียว เวลาดื่มควรจับตรงก้านแก้ว เพื่อที่จะไม่ให้อุณหภูมิจากมือไปทำให้รสชาติของเบีย์เปลี่ยน  เหมาะสำหรับใช้ดื่ม เอล (Ale) , Pale Ale, Dark Ale และ Lambic

snifterSnifter ความจริงแล้วแก้วประเภทนี้ดีไซน์เอาไว้ดื่มบรั่นดีหรือคอนญัค แต่ด้วยรูปร่างของแก้วและปากแก้วที่แคบ และมีความกว้างที่ฐาน ทำให้สามารถกักกลิ่นของเบียร์ที่เข้มๆรสชาติแรงๆเอาไว้และทำให้ระเหยกลิ่นเบียร์มากักไว้ที่ว่างช่วงปากแก้วได้ดี เวลาดื่มให้เอามือโอบตรงก้นแก้วไว้เลยเพื่อให้เบียร์อุ่นขึ้นเล็กน้อยและระเหยกลิ่นออกมามากขึ้น  เหมาะสำหรับใช้ดื่ม Dark Ale, Pale Ale, Stout, Barley Wine หรือเบียร์ที่มีดีกรีแรงๆ มากกว่า 8% เน้นกลิ่นหอม

gobletGoblet  ลักษณะคล้ายจอก เมื่อรินเบียร์แล้วจะไม่ทำให้ความหนาของฟองมากเกินไป เหมาะสำหรับคนที่ชอบจิบเบียร์ที่มีรสชาติซับซ้อนอย่างเบียร์พวก Trappist เอาไว้ค่อยจิบเรื่อยๆช้าๆไม่เร่งรีบ
seidel

Seidel หลายๆคนคงจะรู้จักแก้วประเภทนี้ ตัวแก้วหนามีหูจับขนาดใหญ่ทีดี ความหนาทำให้กักเก็บความเย็นได้ดี ตัวแก้วมีต้นกำเนิดจากเยอรมัน ส่วนผิวด้านนอกที่เป็นช่องๆออกแบบมาให้กระทบแสงทำให้สีทองของเบียร์เนี่ยชัดเจนยิ่งขึ้น และด้วยความแข็งแกร่งของตัวแก้วเนี่ย ทำให้รู้สึกสะใจเวลายกชนแก้วกันแรงๆ  เหมาะสำหรับเบียร์ที่มีสีทองต่างๆ, Amber/Red Ale, IPA, Witbier

DIGITAL CAMERA

นอกจากนี้ยังมีแก้วอีกหลากหลายประเภททั้ง Flute Glass ที่ลักษณะเป็นเหมือนแก้วแชมเปญ ที่ช่วยให้ดูหรูและเป็นผู้หญิงมากขึ้น นิยมไว้ดื่ม Lager, Pilsner หรือ Yard Glass ยาวกว่า 1 หลา (แต่ตอนนี้มี adapt มาให้สั้นลงบ้าง) ไม่สามารถตั้งด้วยตัวเองได้ต้องมีขาไม้ประคองไว้ ที่เอาไว้เน้นสังสรรค์ในงานปาร์ตี้เน้นความสะใจในการดื่ม